A JOURNEY THROUGH THE STREET / Esquire Thailand - December 2015 / by Pahparn Sirima


มาทำความรู้จักกับช่างภาพสาวผู้พลิกผันบทบาทจากคนเบื้องหน้า มาเป็นคนเบื้องหลังภาพถ่ายสวย ๆ กันเลย

ESQ: คุณเริ่มต้นกับวงการบันเทิง แต่ไหงมาลงเอยที่งานถ่ายภาพได้

ผ้าป่านตอนนั้นป่านยังเด็กและได้รับโอกาสที่ดีจากผู้ใหญ่ ซึ่งไม่มีเหตุผลเลยที่เราจะไม่ลองหยิบฉวยโอกาสเหล่านั้นไว้ เพราะนอกจากจะให้ประสบการณ์การทำงานแล้ว ป่านว่ามันยังสอนให้เรารู้จักรับผิดชอบชีวิตในวัยเด็กของเราได้เป็นอย่างดี  จนวันหนึ่งที่เราโตขึ้นและเริ่มเข้ามหาวิทยาลัย ป่านก็เริ่มมาทบทวนว่างานในวงการบันเทิงมันใช่เราจริง ๆ หรือเปล่า คือก็ยอมรับเอ็นจอยกับมันนะ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดของเรา

ESQ: แล้วมันไปไงมาไง

ผ้าป่านตอนนั้นเป็นช่วงที่ป่านอยากพัก เพราะทำงานติด ๆ กันเยอะมาก เลยตัดสินใจตีตั๋วไปนิวยอร์กคนเดียวหนึ่งเดือน ไปแบบไม่มีแพลน ไม่มีเพื่อน ไม่มีอะไรทั้งสิ้น มีแค่กล้องถ่ายรูปกับเรา ซึ่งชีวิตที่นั่นมันนิ่งและได้อยู่กับตัวเองจริง ๆ ทุกวันป่านเอาแต่เดินไปเรื่อย ๆ ถ่ายรูปตามท้องถนนเก็บไว้ จนกระทั่งกลับมาเมืองไทยก็ได้ทำรูปแล้วบังเอิญได้คุยกับพี่ติ้ว- วศินบุรี ซึ่งพี่ติ้วก็ได้ดูรูปและผลักดันให้เราจัดนิทรรศการภาพถ่าย โดยป่านใช้ชื่อนิทรรศการนั้นว่า “NO[W]HERE MAN” ตรงนั้นแหละที่เป็นจุดเริ่มต้นค่ะ ส่วนตอนนี้ป่านทำงานเป็น Gallery Director ที่ The Jam Factory นอกจากนี้ก็มีงานส่วนตัวคือทำภาพถ่าย

ESQ: ทำไมถึงเลือกถ่ายภาพ Street Photo (หน้าหวานๆ ของเธอดูไม่น่าจะลุยขนาดนั้น)

ผ้าป่าน:จริง ๆ ป่านชอบที่จะได้ลองทำงานหลาย ๆ แบบนะ แต่ภาพ Street Photo มันมีเสน่ห์ของมันเพราะมันคือของจริง มันไม่เคยโกหกเรา มันไม่มีการจัดฉาก มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ในช่วงเวลานั้น และแน่นอนว่าถ้าเราไม่บันทึกมันเอาไว้ เดี๋ยวมันก็จะผ่านไปและไม่เกิดขึ้นอีก ป่านว่างาน Street Photo มันบอกความเป็นมาเป็นไปของยุคสมัยได้ดีที่สุด เหมือนถ้าเราอยากรู้ว่าคนในยุคก่อน ๆ เขามีวิถีชีวิตกันยังไง ให้กลับไปดูรูปตามท้องถนนของคนยุคนั้น ภาพพวกนั้นมันจะถ่ายทอดความเป็นแต่ละยุคได้ตรงมาก ๆ

ESQ: เอาล่ะ...พอมาถึงจุดนี้ คุณเรียกตัวเองว่าช่างภาพได้เต็มปากหรือยัง

ผ้าป่าน:คงไม่ค่ะ ป่านว่าคนที่เรียกตัวเองว่าช่างภาพได้คือเราต้องมีรายได้จากมันเป็นอาชีพ แต่ป่านมีเหตุผลที่ไม่อยากทำงานภาพถ่ายเป็นอาชีพเพราะป่านไม่อยากทำงานภาพถ่ายตามความต้องการของใคร ป่านกลัวว่าความเป็นเรามันจะเจือจางลงไปจากตัวงาน ซึ่งอันนี้มันเป็นความสุขของแต่ละคนมากกว่านะ บางคนที่ได้เอางานอดิเรกมาทำเป็นงานประจำเขาก็อาจจะมีความสุขในแบบของเขา แต่สำหรับป่าน ป่านมีความสุขที่ได้เก็บมันเอาไว้เป็นงานอดิเรกต่อไป

หลังจากเธอให้สัมภาษณ์เสร็จ เราลืมภาพพิธีกรคนเก่าไปอย่างสิ้นเชิง เธอคือหนึ่งในคนที่รักศิลปะอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องพยายาม และที่น่าประทับใจกว่านั้น เธอเดินออกไปตากฝนปรอย ๆ ได้อย่างไม่แยแสต่อสิ่งอื่นใด เพื่อให้ช่างภาพของเราได้เก็บภาพของเธอในแบบที่อยากเก็บได้อย่างเต็มที่


Text: Zatia
Photography: Kittipoj Tantrakulsiri
Edit: MT:P

http://www.esquire.co.th/hobby/A-JOURNEY-THROUGH-THE-STREET/338